เคล็ดลับความสำเร็จ

‘Dose Espresso’ ร้านกาแฟชงจากใจ จัดเต็มสไตล์อีสานผสานซิดนีย์


‘Dose Espresso’ ร้านกาแฟชงจากใจ จัดเต็มสไตล์อีสานผสานซิดนีย์ ‘Dose Espresso’ ร้านกาแฟชงจากใจ จัดเต็มสไตล์อีสานผสานซิดนีย์
จากความประทับใจในเอกลักษณ์ของร้านกาแฟเพื่อคนรักกาแฟแห่งหนึ่งในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาลให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรง “เนาวรัตน์ คู่วัจนกุล”  อยากนำรูปแบบดังกล่าวมาถ่ายทอดให้แก่คนไทยได้สัมผัสบ้าง  เป็นที่มาของการเปิดร้านกาแฟ “Dose Espresso”  ที่มีต้นตำรับจากต่างแดน แต่มาปักหมุดแจ้งเกิดในดินแดนภาคอีสาน จ.อุดรธานี
 
หลังสำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม เธอตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อและได้มีโอกาสทำงานเป็นบาริสต้าที่ร้าน “Dose Espresso” ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจากประสบการณ์ทำงานในร้านแห่งนี้ ทำให้ซึมซับถึงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนแนวคิดที่มุ่งมั่นจะเป็นร้านกาแฟยอดเยี่ยมที่สุด ทั้งด้านเครื่องดื่ม อาหาร และบริการ  ก่อเป็นความประทับใจ และด้วยความรัก หลงใหลเกี่ยวกับกาแฟอย่างลึกซึ้ง จึงเป็นแรงผลักดันอยากจะนำรูปแบบของร้านแห่งนี้มาเปิดยังบ้านเกิด จ.อุดรธานี
 
“ร้าน Dose Espresso ที่นครซิดนีย์ พนักงานทุกคนทำงานด้วยความรักและตั้งใจเกิน 100% ชงกาแฟทุกแก้วจากหัวใจ โดยมีสมาธิ และประณีตบรรจง ทำให้ดิฉันประทับใจมาก และได้ไปขออนุญาตเจ้าของร้าน เพื่อจะนำรูปแบบกับชื่อร้าน Dose Espresso มาเปิดที่ จ.อุดรธานี บ้าง  ซึ่งเจ้าของร้านก็ยินดี เพราะเห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของเรา” เนาวรัตน์ เผยจุดเริ่มต้น และเล่าต่อว่า
 
หลังกลับมาบ้านเกิด ได้ตระเวนหาทำเลเปิดร้าน จนได้พื้นที่เช่าเป็นห้องแถว หน้ากว้าง 4 เมตร ลึก 16 เมตร เปิดเป็นร้าน “Dose Espresso” เมื่อปี พ.ศ.2557  ตั้งอยู่ย่านใจกลาง อ.เมือง จ.อุดรธานี ใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1.5 ล้านบาท โดยการแต่งร้าน ใช้สไตล์โมเดิร์น ลอฟท์ (Modern Loft)  ผสานกับความคลาสสิกของโครงสร้างดั้งเดิม  เน้นโทนสีเทา บรรยากาศภายในร้านอบอุ่น และมีเรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟอบอวลอยู่ทั่วทุกบริเวณของร้าน
 
“ก่อนหน้านี้ ในอุดรฯ แทบจะไม่มีร้านกาแฟเก๋ๆ ที่สมบูรณ์แบบเลย ซึ่งก่อนจะเปิดร้าน ดิฉันมีความกังวลสูงเช่นกันว่า กาแฟราคาเริ่มต้นแก้วละ 70-80 บาท จะเป็นที่ยอมรับของคนอุดรฯ ได้หรือไม่ ผลปรากฏว่า ได้การตอบรับดีตั้งแต่เริ่มแรกเลย บ่งบอกว่า คนในพื้นที่มีความต้องการอยู่แล้ว  เพียงแต่ที่ผ่านมา ยังไม่มีร้านลักษณะนี้เปิดบริการมาก่อน ประกอบกับคุณภาพดีของสินค้าที่ลูกค้าสัมผัสได้ ช่วยให้ร้านประสบความสำเร็จรวดเร็วเกินกว่าที่คาดไว้เสียอีก  รวมถึง ลูกค้าที่มาร้านยังช่วยไปบอกต่อ ทำให้ขยายฐานลูกค้าไปยังคนในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย” เจ้าของธุรกิจ เผย
 
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม เมนูอาหารทั้งคาวและหวานต่างๆ ซึ่งมีรวมกันนับ 100 รายการ  เนาวรัตน์จะเป็นผู้ดูแล คัดสรร ตลอดจนคิดค้นเองทั้งหมด โดยเมล็ดกาแฟคั่วเบื้องต้นนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย  ส่วนอาหารจะประยุกต์เมนูตะวันตกกับอาหารอีสานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ถูกปากคนท้องถิ่น  ตัวอย่างเช่น เมนู “สเต็กหมู” เป็นการผสมผสานระหว่างคอหมูย่างเมนูเด็ดประจำท้องถิ่นมากินกับมันฝรั่งบด และซอสแอปเปิ้ลแบบตะวันตก เป็นต้น  ส่วนเบเกอรีต่างๆ ล้วนทำแบบโฮมเมด
 
ด้วยเจตนาต้องการรังสรรค์ทุกส่วนในร้านกาแฟให้สมบูรณ์แบบที่สุด  หลังจากดำเนินกิจการมาประมาณ 1 ปี เจ้าของธุรกิจ ต้องการจะซื้อ “เครื่องคั่วกาแฟ” เพื่อจะใช้คั่วเมล็ดกาแฟด้วยตัวเอง ซึ่งจะควบคุมคุณภาพและรสชาติกาแฟได้ดีกว่าการนำเข้าวัตถุดิบ โดยเวลานั้นได้รู้ข้อมูลว่า รัฐบาลกำลังมีนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ หรือสตาร์ทอัพ (Start-Up)  ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพราะมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ทำหน้าที่ค้ำให้แทน  จึงติดต่อเข้าร่วมโครงการ และได้รับอนุมัติเงินทุนมา 1 ล้านบาท นำไปซื้อเครื่องคั่วกาแฟตามแผนธุรกิจที่ตั้งใจไว้ได้
 
จากคุณภาพจัดเต็มดังกล่าว  ส่งให้ร้าน Dose Espresso ประสบความสำเร็จอย่างสูง กลายเป็นหนึ่งในร้านยอดฮิตประจำท้องถิ่น โดยมีกลุ่มลูกค้าหลัก คือ คนวัยทำงานกับกลุ่มคอกาแฟพันธุ์แท้ ที่มักมาลิ้มลองรสชาติกาแฟที่โดดเด่นแตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไป
 
ทั้งนี้ หลังจากเปิดสาขาแรกมาเพียง 1.5 ปี  ธุรกิจสามารถขยายสาขาสอง โดยเช่าโรงงานร้างแห่งหนึ่ง  มาปรับปรุงเป็นร้านกาแฟ รองรับลูกค้าได้กว่า 100 ที่นั่ง  ภายใต้งบลงทุนกว่า 8 ล้านบาท ใช้ชื่อว่า “Dose Factory”  ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ลอฟท์เช่นกัน  ซึ่งสาขาแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงจากลูกค้าเช่นกัน
 
“ดิฉันวางจุดยืนของร้านไว้ 3 ด้าน ได้แก่ 1.ต้องมีอาหารเครื่องดื่มคุณภาพดีเด่น แปลกแตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไป 2.การดูแลภายในร้านต้องยอดเยี่ยม สะอาด สวยงาม พนักงานทุกคนมีใจรักงานบริการ พร้อมดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ และ 3.สร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมนูอาหารเครื่องดื่ม งานบริการ และระบบบริหารจัดการภายในร้าน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ หากทำได้ดีเยี่ยมแล้ว ดิฉันเชื่อว่า จะส่งมอบสิ่งดีและสะท้อนความตั้งใจจริงที่อยู่ภายในไปสู่ภายนอก ให้ลูกค้าสัมผัสได้เอง” เธอ ระบุ
 
ส่วนแผนธุรกิจต่อไป เร็วๆ นี้ เตรียมจะขยายสาขาเพิ่มอีก 1 แห่ง โดยอาจอยู่ในจังหวัดอุดรธานี หรือจังหวัดใกล้เคียง เช่น มหาสารคาม เป็นต้น เวลานี้ยังอยู่ระหว่างสำรวจและพิจารณาหาทำเล นอกจากนั้น  ได้ขยายตลาดขายวัตถุดิบ “เมล็ดกาแฟคั่วสำเร็จรูปบรรจุซอง” ภายใต้แบรนด์ตัวเอง ซึ่งวางขายแล้วในร้านทุกสาขา รวมถึงขายผ่านออนไลน์
 
“สำหรับหน้าใหม่ที่อยากจะเข้ามาทำธุรกิจนี้ ควรต้องวางจุดยืนของร้านตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อนว่า มีจุดเด่นอย่างไร และมุ่งลูกค้าเป้าหมายกลุ่มใด  เพราะการมีจุดยืนชัดเจน จะช่วยให้ทำร้านมีบุคลิกและทิศทางแน่นอน เช่น หากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ วัยรุ่น ก็ควรแต่งร้านให้สวยสดใส เหมาะมาสังสรรค์  ถ้าลูกค้าเป้าหมายเป็นคนทำงานก็คงมีพื้นที่สำหรับเจรจาพูดคุยธุรกิจ หรือถ้าเป็นร้านเพื่อคอกาแฟพันธุ์แท้ พนักงานในร้านก็จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับกาแฟอย่างลึกซึ้ง เป็นต้น” เธอ แนะนำ 
 
“เนาวรัตน์ คู่วัจนกุล” ใช้ความรักในกาแฟอย่างลึกซึ้งเป็นแรงบันดาลใจสร้างธุรกิจ  โดยมีโครงการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐ โดยให้ บสย.ทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อ  ช่วยผลักดันให้ร้าน ‘Dose Espresso’ จ.อุดรธานี  สามารถแจ้งเกิดและปักหลักธุรกิจได้สำเร็จแล้ว 
โทร.062-289-9453 หรือ www.doseespresoth.com , FB:doseespressoth , FB:dosefactory

http://www.manager.co.th/smes/ViewNews.aspx?NewsID=9600000062379
  • บสย. SMEs Club
  • สำหรับธนาคาร
  • สมัครงาน
  • ค้นหาสาขา บสย.
  • จัดซื้อจัดจ้าง บสย.
  • สายด่วน
  • แบบฟอร์มคำขอ
  • แบบฟอร์มติดต่อ บสย.
  • To MD