เคล็ดลับความสำเร็จ

ถอดสูตรธุรกิจทำ‘ฟันปลอม’ ร้อยล้าน “ไชยา-อารีฯ” เส้นทางสู่เบอร์หนึ่งภาคใต้


ถอดสูตรธุรกิจทำ‘ฟันปลอม’ ร้อยล้าน  “ไชยา-อารีฯ” เส้นทางสู่เบอร์หนึ่งภาคใต้ ถอดสูตรธุรกิจทำ‘ฟันปลอม’ ร้อยล้าน  “ไชยา-อารีฯ” เส้นทางสู่เบอร์หนึ่งภาคใต้
ในหมู่ผู้ผลิตอุปกรณ์ “ฟันปลอม” ของไทย  บริษัท  ไชยา-อารี เด็นตัลแลป จำกัด จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อยู่ระดับแนวหน้าวงการ ด้วยขนาดธุรกิจใหญ่ที่สุดในภาคใต้และเป็นอันดับ5 ของประเทศ  ซึ่งกว่าจะมีวันนี้ เส้นทางธุรกิจเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แต่ด้วยความรู้ลึกรู้จริงในอาชีพ และยึดคติไม่หยุดพัฒนา เปิดรับความรู้และเทคโนโลยีใหม่เสมอ พาให้กิจการเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างสูง
 
ผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจผลิตฟันปลอมร้อยล้าน คือ  “ไชยา จอมสว่าง” ที่มีพื้นฐานความรู้ด้านการผลิตอุปกรณ์ทันตกรรมโดยตรง  เพราะได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ให้ไปศึกษาด้านช่างทันตกรรม จากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  
 
เขา เล่าว่า หลังเรียนจบ กลับมารับทำงานราชการ ตำแหน่งช่างทันตกรรมของโรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ จนช่วง พ.ศ.2540 เริ่มสร้างธุรกิจของตัวเอง เปิดแลปทันตกรรมเล็กๆ รับจ้างผลิตฟันปลอม เนื่องจากเห็นโอกาสว่า ฟันปลอมเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาสุขภาพปากและฟัน และเวลานั้น ฟันปลอมที่ใช้กันทางภาคใต้ แทบทั้งหมดยังต้องสั่งมาจากกรุงเทพฯ  ในขณะที่ เขาและภรรยา มีความรู้ด้านนี้โดยตรง น่าจะมีโอกาสแจ้งเกิดในธุรกิจ ด้วยการเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้อุปกรณ์ประเภทนี้ทางภาคใต้
 
“เริ่มแรกผมกับภรรยา บุกเบิกกันเองแค่สองคน  ใช้เงินลงทุนเบื้องต้นแค่ประมาณ 2 แสนบาท ซื้อเครื่องมือในการผลิตฟันปลอม โดยผมทำหน้าที่เองทุกอย่าง ไม่ว่าจะผลิต และหาตลาด วิ่งไปติดต่อตามโรงพยาบาล และคลินิกทันตกรรมต่างๆ  ทั่วภาคใต้” ไชยา เผยจุดสตาร์ทธุรกิจ
 
อย่างไรก็ตาม ช่วง 10 ปีของธุรกิจเต็มไปด้วยอุปสรรค จนเกือบถอดใจปิดกิจการหลายต่อหลายครั้ง  เพราะเจอปัญหาสำคัญ แม้จะมีความชำนาญในการผลิต แต่เนื่องจากเวลานั้น เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กมากๆ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในสายตาของโรงพยาบาล และคลินิกทันตกรรม ดังนั้น กว่าจะได้รับคัดเลือกให้ผลิตสินค้าแต่ละครั้ง จึงยากลำบากมาก
 
เขาเผยต่อว่า ต้องใช้เวลากว่า 1 ทศวรรษ ค่อยๆ สะสมชื่อเสียงให้ลูกค้ารู้จักและไว้วางใจ ธุรกิจจึงเริ่มตั้งไข่และก้าวย่างสู่การเติบโตในปี พ.ศ.2551 เมื่อตัดสินใจจะยกระดับธุรกิจ จดเป็นนิติบุคคล เพื่อจะรับงานขนาดใหญ่และหลากหลายขึ้น
 
“ในอุตสาหกรรมผลิตฟันปลอม  ผู้ประกอบการรายขนาดกลางและขนาดเล็กจะอยู่ได้ยากมาก เพราะขาดความเชื่อถือจากลูกค้า และมีข้อจำกัดเวลาจะไปรับทำงานต่างๆ  ดังนั้น หลังจากที่ผมเริ่มสะสมฐานลูกค้าได้ระดับหนึ่งแล้ว จึงเริ่มขยายธุรกิจเพื่อจะรับทำงานขนาดใหญ่ขึ้น   ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ธุรกิจของผมอัตราการเติบโตเกิน 10%ต่อปีเสมอมา จากระยะแรกมีพนักงานประมาณ 10 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็นกว่า 300 คน  ส่วนผลประกอบการปี 2559 ที่ผ่านมา รวมกว่า 100 ล้านบาท และปีนี้ (2560) คาดจะเติบโตอีกกว่า 20%” ไชยา ระบุ
 
ด้วยการเติบโตดังกล่าว บริษัท  ไชยา-อารี เด็นตัลแลป จำกัด ขยายโรงงานผลิตเรื่อยมา  โดยใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน และให้ทางบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อถึง 3 สัญญา สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจเติบโตได้ดีต่อเนื่อง  ซึ่งปัจจุบัน โรงงานมีขนาดกว่า 2,500 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 5 ไร่  พร้อมรับรองการขยายธุรกิจในอนาคตได้อีกมาก
 
เมื่อถามถึงหัวใจแห่งความสำเร็จ  เขาเจาะจงไปที่ไม่หยุดพัฒนาความรู้ เนื่องจากวงการอุปกรณ์ทันตกรรมมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ ในฐานะผู้ผลิต จำเป็นต้องรู้เท่าทัน เพื่อเลือกนำมาใช้ได้เหมาะสม ตลอดจนสามารถถ่ายทอดความรู้ต่อให้แก่ทีมช่าง เพื่อจะยกระดับการผลิตให้สูงขึ้นตาม 
 
“ผู้ผลิตอุปกรณ์ฟันปลอมในประเทศไทย จะมีรายใหญ่ๆ อยู่ประมาณ 20 ราย การแข่งขันจะวัดกันที่คุณภาพสินค้าของใครจะดีสุด  ซึ่งผมและภรรยามีข้อได้เปรียบที่เรียนมาด้านนี้โดยตรง และพร้อมเปิดรับความรู้สมัยใหม่เสมอ ถ้ามีนวัตกรรมอุปกรณ์ใหม่ใดๆ ออกมา เราสองคนจะศึกษาด้วยตัวเองอย่างลึกซึ้ง เพื่อจะก้าวให้ทัน และนำมาสอนให้แก่ช่างของเราได้เอง” เขา ขยายความ และอธิบายต่อว่า
 
อีกปัจจัยสำคัญของธุรกิจ  คือการพัฒนาบุคลากร “ช่างฝีมือ” เพื่อรองรับการทำงาน เนื่องจากการผลิตฟันปลอม ต้องผสมผสานความรู้ทั้งทางวิทยาศาสตร์และศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน หลายขั้นตอนเป็นงานประดิษฐ์ด้วยมือ  ช่างจึงต้องมีความชำนาญอย่างสูงมาก ดังนั้น ทางบริษัทฯ จะมีโปรแกรมการฝึกอบรมช่าง ซึ่งกว่าจะก้าวเป็นช่างฝีมือทำได้ทุกขั้นตอน ใช้เวลาฝึกฝนและพัฒนากว่า 2 ปี
 
ไชยา เล่าต่อว่า ปัจจุบัน บริษัท  ไชยา-อารี เด็นตัลแลป จำกัด  มีมาตรฐานการผลิตอุปกรณ์ทันตกรรมระดับสากล  เลือกใช้วัตถุดิบที่นำมาผลิต เช่น พลาสติก เหล็ก ยาง ฯลฯ เกรดดีที่สุด นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น  โดยรับผลิตทั้งฟันปลอมแบบติดแน่น แบบถอดได้ รวมถึง เหล็กดัดฟันชนิดต่างๆ ราคาเฉลี่ยชุดละ 1,000-2,500 บาท  ตลาดส่วนใหญ่จะรับจ้างผลิตส่งให้โรงพยาบาล และคลินิกทันตกรรมทางภาคใต้ รวมแล้วกว่า 400-600 ราย กำลังผลิตทำได้สูงสุดประมาณ 8,000 ชิ้นต่อเดือน
 
“ในความเป็นจริง  ธุรกิจนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากเฉพาะในภาคใต้ มีอัตราใช้อุปกรณ์ฟันปลอม เฉลี่ยกว่า 20,000 ชิ้นต่อเดือน แต่เราทำได้สูงสุดเพียง 8,000 ชิ้นต่อเดือน ทำให้มีออเดอร์รอแน่นจนผลิตไม่ทัน ประกอบกับเทรนด์เอาใจใส่สุขภาพฟันของคนยุคนี้ รวมถึง นโยบายด้านสุขภาพของรัฐบาล ช่วยให้การเข้าถึงระบบสาธารณะสุขของคนไทยง่ายขึ้น เหล่านี้ ส่งให้แนวโน้มตลาดอุปกรณ์ทันตกรรมนับวันจะยิ่งเติบโตขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดเรื่องบุคลากรช่างฝีมือมีจำนวนไม่เพียงพอ  ทำให้ไม่สามารถขยายกำลังผลิตได้มากกว่านี้ ดังนั้น แผนธุรกิจของเรา ได้รับแรงงานใหม่เพิ่ม นำมาฝึกอบรมพัฒนาสู่การเป็นช่างฝีมือ รวมถึง สร้างอุปกรณ์นวัตกรรมใหม่ที่ใช้กำลังผลิตเท่าเดิม แต่ขายได้มูลค่าสูงขึ้นกว่า 3-4 เท่าตัว” ไชยา ทิ้งท้าย
 
เนื่องจากอยู่ในธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางสูง และตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพที่คนยุคนี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ส่งให้โอกาสธุรกิจของ “ไชยา-อารี เด็นตัลแลป” เปิดกว้าง และเมื่อได้รับการสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อจาก บสย. ส่งให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ช่วยติดปีกธุรกิจที่กำลังจะไปได้ดี  สามารถพุ่งทะยานเติบโตได้เต็มศักยภาพ  จนก้าวสู่ผู้ผลิตฟันปลอมอันดับหนึ่งแห่งแดนใต้
 
โทร. 074-305400 / 074-305402 www.chaiyaaree.com 
 
บทความโดย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000064915
  • บสย. SMEs Club
  • สำหรับธนาคาร
  • สมัครงาน
  • ค้นหาสาขา บสย.
  • จัดซื้อจัดจ้าง บสย.
  • สายด่วน
  • แบบฟอร์มคำขอ
  • แบบฟอร์มติดต่อ บสย.
  • To MD