เคล็ดลับความสำเร็จ

ภาชนะกาบหมาก ‘วีรษา’ 1 ตำบล 1 SMEs เกษตร ที่ถูกผลักดันให้โตผ่านอาลีบาบา


ภาชนะกาบหมาก ‘วีรษา’ 1 ตำบล 1 SMEs เกษตร ที่ถูกผลักดันให้โตผ่านอาลีบาบา ภาชนะกาบหมาก ‘วีรษา’ 1 ตำบล 1 SMEs เกษตร ที่ถูกผลักดันให้โตผ่านอาลีบาบา
คอลัมน์ "สูตรเด็ด SME โดย บสย." ในเว็บไซต์ MGR Online รู้ลึกแนวคิดการทำธุรกิจ เคล็ดลับความสำเร็จการบริหาร จัดการ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561

ใครจะคิดว่ากาบหมากที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นอย่างไร้ค่า จะถูกนำมาแปรรูปเป็นภาชนะบรรจุอาหารหรือสิ่งของ โดยฝีมือของ สุมาลี ภิญโญ แห่ง บริษัท ภิญโญวานิช จำกัด ผู้ผลิตภาชนะจากกาบหมากภายใต้แบรนด์ ‘วีรษา’ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันออเดอร์กำลังหลั่งไหลทั้งจากในและต่างประเทศ จนเธอต้องหาทางเพิ่มกำลังผลิต รองรับกระแส ‘กรีน’ ที่อินเทรนด์ไปทั่วโลก

ไอเดียผลิตภาชนะจากกาบหมากจุดประกายขึ้นเมื่อปี 2538 เวลานั้นสุมาลีรับจัดเลี้ยงอาหารแบบขันโตก ในงานประเพณีกินเข่าค่ำของ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เธอเห็นว่าการใช้โฟมใส่อาหาร ไม่เข้ากับธีมงานแบบย้อนยุค จึงเปลี่ยนมาใช้กระทงใบตองแทน แต่ข้อเสียคือ ฉีกขาดง่าย บรรจุอาหารได้น้อย แล้วอะไรล่ะที่จะใช้แทนใบตอง โดยที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม?
               
“ใน อ.สูงเนิน มีการปลูกต้นหมากกันมาก ชาวสวนส่วนใหญ่จะเก็บแต่ลูกหมาก ส่วนกาบหมากที่แห้งหล่นทิ้ง ไม่มีใครสนใจ เราเลยเก็บมันมาทดลองปั๊มขึ้นรูปด้วยเครื่องจักร ปรากฏว่าสามารถผลิตเป็นภาชนะออกมาได้หลากหลายแบบ ทำให้เราต้องไปติดต่อหาซื้อกาบหมากในหลายๆ พื้นที่ ถึงขนาดต้องง้อชาวสวนให้ช่วยเก็บไว้ทีเดียว มิเช่นนั้นเขาก็สุมไฟเผาทิ้งหมด”   

ภาชนะจากกาบหมากมีดีตรงที่ทำจากธรรมชาติ 100% สีสันลวดลายที่ปรากฏเป็นดั่งงานศิลปะที่ธรรมชาติมอบให้ล้วนๆ โดยไม่มีการใช้สารเคมีและการฟอกสี ทั้งยังมีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง ไม่แตกหักง่าย ที่สำคัญสามารถย่อยสลายได้ภายใน 45 วัน ตามกระบวนการทางธรรมชาติ ถือว่ามีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูง ความดีงามนี้เองทำให้ภาชนะกาบหมากของสุมาลีได้รับการคัดสรรให้เป็นสินค้า OTOP 4 ดาว ในปี 2547

การมีดาว OTOP เป็นตราการันตี ทำให้ภาชนะกาบหมากจาก อ.สูงเนิน ได้ไปอวดโฉมให้คนไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักในงาน OTOP ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี สิ่งที่ได้รับคือกระแสเสียงชื่นชมที่สามารถแปรรูปของเหลือใช้ให้กลับมามีคุณค่า แต่ทว่าออเดอร์ยังเงียบกริบ จนสุมาลีเกือบจะหมดกำลังใจ เพราะผลิตขึ้นมาใช้ในงานประเพณีเพียงปีละครั้ง เห็นทีจะไม่คุ้ม              

“เราอยากจะปิดตัวอยู่หลายครั้ง แต่เราเป็นเหมือนแหล่งเรียนรู้ให้นักศึกษาเข้ามาศึกษาหาข้อมูลทำการวิจัย เขามาหาเราทุกปี ปีละหลายๆ รอบ แล้วจะปิดตัวลงได้อย่างไร มีช่วงหนึ่งที่ประเทศไทยจัดงานอีเวนท์กันมาก เช่น งาน Big Mountain เขาใหญ่ งาน Wonderfruit พัทยา แล้วพอดีมีกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รณรงค์ไม่ให้ใช้โฟม ใช้พลาสติก กาบหมากเลยเป็นหนึ่งในภาชนะที่คนจัดงานอีเวนท์สนใจ และตามหาอย่างมากในช่วงนั้น”

ด้วยความสามารถในการขึ้นรูปทรงได้มากถึง 18 แบบ ทำให้ลูกค้านำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ส่วนใหญ่นิยมใส่อาหาร เช่น ข้าวไข่เจียว ผัดหมี่ ส้มตำ ลูกค้าบางรายก็สั่งผลิตรูปทรงพิเศษ เช่น ชามทรงเรือสำหรับใส่ซูชิ หรือสั่งผลิตเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ใส่สบู่ ไอเดียที่หลั่งไหลเข้ามาจากลูกค้า พลอยทำให้สุมาลีสนุกไปกับการเพิ่มมูลค่าสินค้า อย่างเวลาไปออกบูธ เธอก็พยายามนำเสนอการใช้งานภาชนะกาบหมากกับขนมไทย ขนมเค้ก เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันภาชนะกาบหมากแบรนด์วีระษาวางจำหน่ายที่ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะเดียวกันทางท็อปส์ยังสั่งภาชนะกาบหมากไปใช้งานเป็นบรรจุภัณฑ์ใส่สินค้าจำพวกออแกนิกส์ เช่น ผัก ผลไม้  เพื่อให้เข้ากับธีมรักสุขภาพและรักษ์โลก ออเดอร์จึงหลั่งไหลมาจาก 2 ทาง เธอจึงต้องขอวงเงินสินเชื่อเพิ่ม เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่รองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยให้ บสย. ค้ำให้อีกรอบ หลังจากปีที่แล้ว บสย. ช่วยค้ำให้ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS6) ปรับปรุงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการค้ำประกันสินเชื่อที่ “ฟรี ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน” 4 ปี

บทออเดอร์จะมา ก็มาแบบถาโถม ล่าสุดผลิตภัณฑ์ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์นี้ ยังได้รับการส่งเสริมให้ไปขายบนเว็บไซต์ Tmall.com ของเครืออาลีบาบา นอกจากนี้ ทางต่างประเทศ เช่น ดูไบ เกาหลี ก็ติดต่อสั่งสินค้าอีกหลายตู้คอนเทนเนอร์ สุมาลีก็ตั้งรับออเดอร์อย่างมีสติ ด้วยการวางแผนการผลิตตามความสามารถของเครื่องจักรที่เตรียมจะเข้ามา โดยไม่เน้นทำเกินกำลัง โชคดีเวลานี้มีลูกสาว 2 คน มาช่วยอีกสองแรง ทำให้เธอมีพลังที่จะผลักดันให้กิจการที่ปลุกปั้นมากับมือ เติบโตมากยิ่งขึ้นไปอีก
 
“ลูกสาวคนโต-นวรัตน์ จะได้เรื่องภาษา คอยช่วยติดต่อลูกค้าต่างประเทศ ส่วนลูกสาวคนเล็ก-ปาณิศา จะอยู่ฝ่ายผลิต คอยรับออเดอร์ลูกค้า เราก็จะวิ่งเรื่องวัตถุดิบที่จะมาสำรองให้พร้อมสำหรับการขยายธุรกิจ เราจะสอนลูกเสมอว่า หลังจากลูกค้าซื้อของหรือเราส่งของแล้ว ให้ติดต่อสอบถามลูกค้าว่าสินค้าใช้แล้วเป็นอย่างไร เราต้องการนำคำติชมมาปรับปรุงแก้ไขสินค้าให้ดียิ่งขึ้น ถ้าโอเค เราก็ปลื้มใจว่าลูกค้าพอใจในสินค้า หรือถ้าลูกค้าอยากได้อะไร เราก็นำมาเป็นการบ้านพัฒนาสินค้าต่อไป”    

ปัจจัยความสำเร็จที่พลิกกาบหมากไร้ค่าให้กลายเป็นภาชนะที่ทุกคนถามหาในทุกวันนี้ สุมาลีบอกว่ามี 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ ความมานะอดทน และ การทำในสิ่งที่ชอบ เธอภูมิใจที่สินค้าของเธอมีส่วนช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ ทำให้ชาวสวนหมากมีรายได้มากขึ้น ส่วนคนในพื้นที่ก็มีงานทำ เธอจึงมีมานะเป็นพิเศษที่จะผลักดันให้ภาชนะจากกาบหมากเป็นที่นิยม ด้านผู้บริโภคก็ต้องการใช้งานเพราะห่วงใยในสิ่งแวดล้อม
 
และสำหรับเอสเอ็มอีรายเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มโต หรือเริ่มต้นทำธุรกิจ ด้วยความที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน เธอจึงได้ฝากข้อคิดเกี่ยวกับการกู้เงินทำธุรกิจไว้ว่า...“ถึงเอสเอ็มอีจะมีหลักทรัพย์น้อย หรือไม่มีหลักทรัพย์เลย แต่ใช้วงเงินไม่สูงนัก แนะนำว่าให้เข้าไปปรึกษาธนาคารเพื่อขอวงเงินสินเชื่อ แล้วให้ลองติดต่อ บสย. มาช่วยค้ำประกันให้ ดีกว่าไปหาเงินกู้นอกระบบ เราเองเคยทำเช่นนั้น ปวดหัวมาก ธุรกิจมีกำไร แต่ก็เสียไปกับนอกระบบไม่น้อย เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย ขอให้ดูเราเป็นบทเรียนนะคะ”
 
ติดต่อ บริษัท ภิญโญวานิช จำกัด โทร. 089-579-2112 เว็บไซต์ http://www.veerasa.com/th/
https://mgronline.com/smes/detail/9610000055072
  • บสย. SMEs Club
  • สำหรับธนาคาร
  • สมัครงาน
  • ค้นหาสาขา บสย.
  • จัดซื้อจัดจ้าง บสย.
  • สายด่วน
  • แบบฟอร์มคำขอ
  • แบบฟอร์มติดต่อ บสย.
  • To MD