เคล็ดลับความสำเร็จ

สมุนไพรไทย 'ทิพย์เกสร' ของดีเมืองสุพรรณ สร้างเครือข่ายมั่นคง ตั้งเป้าสมาชิก 50,000 ราย


สมุนไพรไทย 'ทิพย์เกสร' ของดีเมืองสุพรรณ สร้างเครือข่ายมั่นคง ตั้งเป้าสมาชิก 50,000 ราย สมุนไพรไทย 'ทิพย์เกสร' ของดีเมืองสุพรรณ สร้างเครือข่ายมั่นคง ตั้งเป้าสมาชิก 50,000 ราย
คอลัมน์ "สูตรเด็ด SME โดย บสย." ในเว็บไซต์ MGR Online รู้ลึกแนวคิดการทำธุรกิจ เคล็ดลับความสำเร็จการบริหาร จัดการ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2561

เติบโตมาในครอบครัวยาไทยที่สืบทอดตำรับยาสมุนไพร และการรักษาด้วยแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่สมัยปี 2475 อนุสิษฐ์ แฉล้ม แห่งบริษัท ทิพย์เกสร เฮิร์บ แอนด์ เฮลท์ จำกัด ไม่เพียงเป็นทายาทหมอยาไทยรุ่นที่ 3 ที่นำมรดกแห่งภูมิปัญญามาใช้รักษาคนไข้ให้หาย แต่ยังเรียนรู้ที่จะพัฒนาสมุนไพรไทยให้เป็นสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ 'ทิพย์เกสร' เพื่อให้คนทั่วไปสามารถซื้อหามาใช้ได้ง่ายด้วย 

อนุสิษฐ์สารภาพตามตรงว่าไม่เคยคิดจะเป็นหมอยาไทยมาก่อน แม้คุณตาของเขาผู้เป็นเจ้าของตำรับยา จะส่งลูกหลานเรียนการแพทย์และสาธารณสุขหมด เพื่อจะได้นำความรู้มาช่วยเหลือผู้คน ตัวเขาเองจบคณะสาธารณสุขศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่จ     บมาก็เข้ารับราชการนานถึงสิบปี แต่จุดพลิกผันอยู่ที่เขาไปพลาดติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจากการผ่าฝีคนไข้ รักษาตัวด้วยยาแผนปัจจุบันอยู่ 3 ปีก็ไม่หาย เลยตัดสินใจกลับมากินยาต้มแผนโบราณกับคุณป้า ซึ่งเป็นผู้รับช่วงรุ่นที่ 2 เพียงยาต้มแค่ 2 หม้อเท่านั้น โรคร้ายที่สร้างความทรมานทั้งกาย-ใจ ก็หายขาดเป็นปลิดทิ้ง


"ความคิดผมเปลี่ยนตั้งแต่วันนั้น เลยตัดสินใจลาออกมาศึกษายาไทยอย่างเต็มตัว ผมเชื่อว่ามันคือทางออกของมนุษย์ ทั้งยังไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อร่างกาย มากกว่าความเชื่อ คือ 'ความศรัทธา' ที่มีให้กับยาไทยที่เราคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก"

อนุสิษฐ์รับช่วงต่อจากคุณป้าในปี 2547 โดยเขาเปิดคลินิกเล็กๆ ปรุงยาสมุนไพรรักษาคนไข้อยู่ที่บ้าน ชื่อคลินิกศรีประจันต์การแพทย์แผนไทย ต่อมามีโอกาสผลิตยาดมส้มโอมือ และพิมเสนน้ำ เป็นของชำร่วยให้กับผู้ป่วยที่มารักษา และนั่นเป็นที่มาของการต่อยอดธุรกิจผลิตสินค้าจากสมุนไพรไทยออกจำหน่าย รวมทั้งสร้างแบรนด์สินค้าอย่างจริงจัง นั่นคือ 'ทิพย์เกสร' ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นของดีเมืองสุพรรณ ทั้งที่ไม่ได้ทำการตลาดด้วยซ้ำ 

"เราเติบโตมาเรื่อยโดยยึดแนวพระราชดำริความพอเพียงของในหลวง ร.9 จนปี 2557 เราถูกกฏหมายบังคับให้ต้องปรับตัว ธุรกิจยาต้องทำคุณภาพเพื่อสร้างมาตรฐานในการแข่งขันระดับโลก ซึ่งต้องใช้เงินมหาศาลเลย เราเป็นหมอ เราไม่ได้รวย ไม่มีที่ทางมาเป็นหลักทรัพย์ แต่ในวิกฤตที่เราเจอ มันมีโอกาสซ่อนอยู่ เราได้ บสย. มาช่วยค้ำประกันให้ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS5 ทำให้เราได้เงินก้อนมาทำมาตรฐานให้ตรงตามที่กฏหมายกำหนด รวมทั้งซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ถ้าวันนั้นเราไม่ได้ บสย. เราคงไปต่อลำบาก"

วันนี้อนุสิษฐ์จึงให้บริการรักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพรด้วยความมั่นใจ ขณะเดียวกันก็ปรุงยาพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ 'ทิพย์เกสร' ให้หลากหลาย กระทั่งสินค้ามีทั้งสิ้น 9 หมวด 58 รายการ ได้แก่ 1) หมวดดูแลสตรี (โลหิต/ความสวยงาม) 2) หมวดยาบำรุงร่างกายผู้ชาย 3) หมวดสมุนไพรในครัวเรือน (สบู่ ยาสีฟัน ตะไคร้หอม ยาดม ยาลม ยาหม่อง) 4) หมวดดูแลอวัยวะร่างกาย (กระดูกและเส้นเอ็น) 5) หมวดทางเดินปัสสาวะ 6) หมวดดูแลระบบไหลเวียนของเลือดและสมอง 7) หมวดทางเดินอาหาร 8) หมวดทางเดินหายใจ และ 9) หมวดระบบอวัยวะภายใน (ตับ ไต ปอด) 

"สินค้าทั้ง 9 หมวด 58 รายการ มีจำหน่ายที่คลินิก เพื่อตอบโจทย์ผู้ป่วยที่มารักษาเป็นหลัก โดยเฉพาะภูมิปัญญาที่ตาทิ้งเป็นมรดกคือ ยาดูแลสตรีทั้งหลาย ขณะที่บางตัวขึ้นทะเบียนตำรับยา สามารถจำหน่ายข้างนอกได้ เช่น ยาสามัญประจำบ้าน หรือสมุนไพรที่ใช้ในครัวเรือน โดยขายตามร้านขายยาที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 150 กิโลเมตร รวมทั้งร้านขายของฝาก-ของที่ระลึกทั่วไป โดยสินค้าที่สร้างชื่อ ทำให้แบรนด์ 'ทิพย์เกสร' เป็นที่รู้จักคือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา เช่น ยาดม ยาลม ยาหม่อง ที่ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กล่มเครื่องดื่มสมุนไพรที่เราปรุงรสชาติให้คนรุ่นใหม่ทานได้ แต่ยังคงไว้ซึ่งสรรพคุณตามเดิม ซึ่งจริงๆ สมุนไพรเหมาะกับการดูแลสุขภาพก่อนป่วย ดีกว่าปล่อยให้ร่างกายเจ็บไข้แล้วถึงมารักษา"

ด้วยเหตุนี้ อนุสิษฐ์ที่เป็นทั้งหมอยาไทย เป็นนักธุรกิจ และเป็นวิทยากรด้านการดูแลสุขภาพองค์รวม จึงได้พยายามเผยแพร่แนวคิดดังกล่าวสู่วงกว้าง โดยการใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือทำการตลาด นอกจากนี้ เขายังสร้างเครือข่ายผู้บริโภคทิพย์เกสร ซึ่งสมาชิกนั้นเป็นคนที่ใช้สินค้ายาสมุนไพรของทิพย์เกสรโดยตรง แต่หากต้องการจะสร้างรายได้ ก็สามารถรับสินค้าไปขาย หรือช่วยขยายฐานสมาชิกได้ โดยทางบริษัทจะมีผลตอบแทนให้แบบตรงไปตรงมา ภายใต้ระบบเครือข่ายแบบชั้นเดียว ในเบื้องต้นเขาตั้งเป้าหมายคนที่จะเข้ามาเป็นเครือข่ายไว้ที่จำนวน 50,000 คน 

"เราขยายตลาดแบบ Zero Marketing เรามีโปรแกรมสำเร็จรูป มีข้อมูลองค์ความรู้แบ่งปันสำหรับสมาชิกที่เข้ามาในระบบ เกี่ยวกับภูมิปัญญาสมุนไพร ขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งส่งต่อแนวคิดการดูแลร่างกายตัวเองให้แข็งแรงด้วยหลักการง่ายๆ อย่างการใช้สมุนไพรเป็นอาหารและยา คือเราเน้นให้ก่อน หากสมาชิกชอบ เชื่อ ต้องการช่วยขยายตลาด เราก็จะแบ่งปันรายได้และเงินปันผลให้ ปัจจุบันเรามีสมาชิกจำนวน 10,000 คน ขอแค่คนไทยบริโภคทิพย์เกสร เราก็ชื่นใจแล้ว เรื่องการส่งออก เราเชื่อว่ามันจะไปได้ด้วยคุณค่าของตัวมันเอง เพียงแค่รอจังหวะเวลาเท่านั้น เพราะสินค้าเรามีมาตรฐานพร้อม ทั้ง GMP, ISO และ HALAL ตอนนี้เรากำลัง
ทำมาตรฐานออร์แกนิกส์เพิ่มด้วย

ผมเชื่อว่าวิธีการทำตลาดรูปแบบนี้จะมั่นคง เพราะทุกคนเป็นสมาชิกที่เกิดจากการรักษาของหมอ ความภักดีความเชื่อมั่นต่อแบรนด์มันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จากความศรัทธาของคนที่เราดูแลผู้ป่วยและสมาชิกมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งหากสมาชิกบริโภคทิพย์เกสรคนละ 500 บาทต่อเดือน ด้วยจำนวนสมาชิก 50,000 คน ยอดขายเราก็สูงถึง 25 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว" 

ติดต่อ : บริษัท ทิพย์เกสร เฮิร์บ แอนด์ เฮลท์ จำกัด โทร. 085 384 4965 เว็บไซต์ http://www.tipgaysorn.com
https://mgronline.com/smes/detail/9610000080334
  • บสย. SMEs Club
  • สำหรับธนาคาร
  • สมัครงาน
  • ค้นหาสาขา บสย.
  • จัดซื้อจัดจ้าง บสย.
  • สายด่วน
  • แบบฟอร์มคำขอ
  • แบบฟอร์มติดต่อ บสย.
  • To MD