เคล็ดลับความสำเร็จ

‘เอี่ยวไถ่’ รีแบรนด์ดิ้งสุกี้โบราณ พลิกโฉมตำนาน 60 ปี สนองผู้บริโภคเจนใหม่


‘เอี่ยวไถ่’ รีแบรนด์ดิ้งสุกี้โบราณ พลิกโฉมตำนาน 60 ปี สนองผู้บริโภคเจนใหม่ ‘เอี่ยวไถ่’ รีแบรนด์ดิ้งสุกี้โบราณ พลิกโฉมตำนาน 60 ปี สนองผู้บริโภคเจนใหม่
คอลัมน์ "สูตรเด็ด SME โดย บสย." ในเว็บไซต์ MGR Online รู้ลึกแนวคิดการทำธุรกิจ เคล็ดลับความสำเร็จการบริหาร จัดการ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561

เป็นเวลากว่า 60 ปี ที่ ‘เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ’ ให้บริการความอร่อยสไตล์ไชนีส ปัจจุบันธุรกิจยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิม ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ ความโมเดิร์น เพื่อมิให้กิจการตกยุคสมัย โดยมี ณัฎฐ์ กีรติเก้าทรัพย์ ผู้บริหารเจเนอเรชั่น 3 แห่ง บริษัท เอี่ยวไถ่ (1960) จำกัด คอยรันธุรกิจที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษให้อยู่ยงคงกระพัน


สุกี้เอี่ยวไถ่ ถือเป็นสุกี้โบราณเจ้าแรกของประเทศไทย ที่สืบสานตำนานความอร่อยมาตั้งแต่ปี 2503 สมัยอากงอาม่าของณัฎฐ์ ก่อนส่งไม้ต่อมาถึงรุ่นพ่อและอาเจ็ก วันนี้ณัฎฐ์ทำหน้าที่สืบทอดตำรับอาหารสูตรโบราณ และธุรกิจที่เป็นเหมือนมรดกของครอบครัวอย่างเต็มตัว 

“อากงอาม่าเริ่มต้นจากการเช่าหน้าร้านเล็กๆ ตรงโรงหนังเฉลิมนคร ขายสุกี้โบราณชามละ 5 บาท ต่อมาจึงได้ย้ายมาปักหลักถาวรแถวปิ่นเกล้า สาขานี้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2516 และยังให้บริการอยู่จนถึงปัจจุบัน ลูกค้าขาประจำก็ยังคงตามมาอุดหนุน”

ณั ฎฐ์บอกว่า หัวใจในการบริหารธุรกิจที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น อยู่ที่การรักษาของเดิมที่เป็นของดีเอาไว้ นั่นคือสุกี้สูตรแต้จิ๋ว ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครตรงน้ำจิ้มที่หอมเต้าเจี้ยว กินเข้ากันกับหมูและเนื้อที่หมักด้วยเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะ ส่วนน้ำซุปก็หอมเข้มข้นกลมกล่อม ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ทายาทผู้รับมอบธุรกิจก็ต้องรู้จักสร้างพัฒนาการ ทำให้กิจการเติบโตก้าวหน้า ดังจะเห็นได้จากรุ่นที่ 2 ที่ช่วยกันขยายสาขาเพิ่มขึ้น 2-3 สาขา ในรูปแบบสแตนด์อโลน ส่วนยุคนี้เขามองว่าถ้าจะให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงได้ง่ายที่สุด ก็ต้องไปอยู่ในโลเคชั่นที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้น 

“ลูกค้าส่วนใหญ่ที่นิยมมาทานจะเป็นกลุ่มครอบครัว แต่คนที่รู้จักหรือเคยกินเอี่ยวไถ่ ก็มีอายุมากขึ้นตามอายุของแบรนด์ เราจึงพยายามขยายฐานไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยมองหาช่องทางผลักดันเอี่ยวไถ่สุกี้โบราณเข้าห้างสรรพสินค้า ในช่วง 2 ปีมานี้ จะเห็นว่าเราขยายสาขาค่อนข้างมากและเร็ว เราจึงมีโอกาสได้รู้จัก บสย. ที่เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อรวม 2 สัญญา และมีส่วนสนับสนุนให้เอสเอ็มอีอย่างเราสามารถสืบทอดอาหารสูตรโบราณ และทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็วตามต้องการ เพราะขยายสาขาหนึ่งก็ลงทุนเป็นล้าน”

ปัจจุบันสุกี้เอี่ยวไถ่มีสาขาทั้งสิ้น 13 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะเห็นว่าถึงแม้จะเป็นสุกี้แบรนด์เล็ก แต่ก็กล้าที่จะคิดใหญ่ และทำในสิ่งที่แตกต่าง การขยายสาขาเข้าห้างถือเป็นเพียงสเตปแรก เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา 2 สาขาที่เปิดใหม่ล่าสุดคือที่เมกาบางนา และเซ็นทรัล พระราม 3 เขาก็ได้ลงทุนรีแบรนด์เอี่ยวไถ่ ในสไตล์โมเดิร์นไชนีส เพื่อดึงดูดลูกค้าเจนเดียวกันกับเขา ซึ่งหลังจากนำร่องเปิดสาขารูปแบบใหม่ ก็โดนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ตามคาด

“เราวิจัยพบว่าแบรนด์เอี่ยวไถ่ยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก ถ้าเทียบกับสุกี้แบรนด์ดัง แต่เรามีจุดขายที่โดดเด่นคือ ความเป็นตำนาน เราจึงรีแบรนด์ทำให้เอี่ยวไถ่ดูโมเดิร์นขึ้นด้วยการตกแต่งร้านใหม่ ออกแบบโลโก้ใหม่ จากสีแดงเราเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน มีความหมายถึงนำเงินเข้าร้าน แต่ยังคงตัวเลข 1960 ที่บ่งบอกความเป็นต้นตำรับ ขณะเดียวกันก็ถือโอกาสจัด Portion ให้เล็กลง เพื่อทำให้ราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น แต่รสชาติความอร่อยและวัตถุดิบยังคงคุณภาพไม่เปลี่ยนแปลง”

นอกจากสุกี้โบราณสูตรแต้จิ๋วที่หาทานได้ยาก ร้านสุกี้เอี่ยวไถ่ยังมีอาหารจีนให้ลิ้มลองอีกเพียบ ทั้งเมนูเก่าต้นตำรับ และเมนูใหม่ที่มาช่วยเรียกน้ำย่อย ตัวอย่างเมนูที่ขึ้นชื่อก็เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอดเนื้อปู หอยจ๊อปู ลูกค้าแฟนพันธุ์แท้มาแล้วเป็นต้องสั่ง ปิ้งย่างเจงกิสข่าน เมนูในตำนาน ปิ้งย่างบนกระทะทอง และฮือแซ ปลาดิบจีนที่แล่บางไม่ต่างจากซาซิมิ เมนูใหม่ที่กำลังขายดิบขายดีในเวลานี้

“เราพบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลังการรีแบรนด์ คือก่อนหน้านี้จะเป็นพ่อแม่พาลูกมาทานข้าว แต่สำหรับโมเดลใหม่ที่เราทดลองเปิด กลับกลายเป็นว่าลูกพาพ่อแม่มาทานข้าว เพราะร้านเราตั้งอยู่ในห้าง เขาสามารถพบเห็นได้ง่าย เท่าที่ได้สัมผัส คนรุ่นใหม่ค่อนข้างเปิดกว้าง มองว่าสุกี้โบราณเอี่ยวไถ่นั้นแตกต่าง เท่ากับเราตอบโจทย์ความต้องการของคน 2 รุ่นพอดี คือคนรุ่นใหม่ก็ตามหาของแปลก ของหากินยาก คนรุ่นเก่าก็โหยหาอดีต มากินแล้วก็นึกถึงความอร่อยที่เคยกินสมัยก่อน

นอกจากนี้ การทำ Portion ให้เล็กลง และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ลูกค้ามีโอกาสสั่งเมนูต่างๆ มาทานได้อย่างหลากหลาย โดยลูกค้ากินเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 400-500 บาท อย่างไรก็ดี เราจะไม่ยอมลดเรื่องคุณภาพลงเด็ดขาด เพราะนี่คือแนวคิดที่อากงส่งถึงรุ่นพ่อ และพ่อได้ส่งต่อถึงรุ่นเรา ผู้ใหญ่จะสอนเสมอว่าต้องซื่อสัตย์กับอาชีพนะ อย่าเอาเปรียบผู้บริโภค เราจึงเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพตลอดมา”

ความสำเร็จก้าวเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่นี้ ทำให้ในปีนี้ณัฎฐ์ตั้งใจจะกลับไปรีโนเวตสาขาเก่าที่มีอยู่ ให้เป็นสไตล์โมเดิร์นไชนีสเหมือนกันทั้งหมด เพื่อสืบสานความเป็นตำนานให้อยู่ยั่งยืนยง รวมทั้งไม่ลืมที่จะใส่ใจกับงานบริการมากขึ้น ที่ผ่านมาเขายอมรับว่าการโตเร็วเกินไป ก็เหมือนดาบสองคม เมื่อลูกค้าพากันเข้าร้านมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงหน้าเทศกาลและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ปรากฏว่าทำให้บริการลูกค้าได้ไม่เต็มที่ ซึ่งเขาก็น้อมรับคำติชมทุกข้อมาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มบริการเดลิเวอรี่สุกี้ ผ่าน Food Panda และ LineMan เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ไม่อยากก้าวเท้าออกจากบ้าน 

สำหรับเป้าหมายในการทำธุรกิจ เอสเอ็มอีเจนใหม่อย่างณัฎฐ์มีแผนจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3-4 ปีนี้ ถือเป็นแนวคิดที่ท้าทายอย่างยิ่งในการสืบทอดกิจการของครอบครัว ที่ญาติพี่น้องบริหารกันเองมาโดยตลอด โดยเขาตั้งใจจะนำเงินที่ระดมได้ในตลาดทุน ไปขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่มั่นคง ตราบใดที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และความเป็นตำนานที่เป็นจุดแข็งของเอี่ยวไถ่ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น 

ติดต่อ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ โทร. 089-996-6153 เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/earwthaisukiboraan/

https://mgronline.com/smes/detail/9610000060243
  • บสย. SMEs Club
  • สมัครงาน
  • ค้นหาสาขา บสย.
  • จัดซื้อจัดจ้าง บสย.
  • สายด่วน
  • แบบฟอร์มคำขอ
  • แบบฟอร์มติดต่อ บสย.
  • To MD