เรื่องน่ารู้ SME

หนุนรายย่อย! ลุยแก้ พ.ร.บ. บสย. ค้ำ “น็อนแบงก์”


ความเคลื่อนไหวในวงการ SME ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ กรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 มีนาคม 2559 เห็นชอบให้แก้ไข พ.ร.บ.บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พ.ศ.2534 เพิ่มบทบาทให้ บสย. สามารถค้ำประกันสินเชื่อจากแหล่งอื่นๆ ที่นอกเหลือจากสถาบันการเงินประเภทธนาคาร หรือที่เรียกว่า “น็อนแบงก์” อาทิ สินเชื่อสัญญาเช่าทางการเงิน (ลิสซิ่ง) สินเชื่อเช่าซื้อ (ไฮ-เพอร์เชส) แฟคตอริ่ง ตลอดจนนาโนไฟแนนซ์ เป็นต้น  

พูดง่ายๆ ก็คือ เปิดช่องให้ บสย. มีขอบข่ายการทำงานที่กว้างขึ้น สามารถค้ำประกันสินเชื่อ ทั้งจากไฟแนนซ์ หรือเงินกู้อื่นๆ เช่น สัญญาเช่าซื้อของ SMEs  ทำให้การทำงานของ บสย. ในการช่วย SMEs มีความครอบคลุมและครบวงจรมากขึ้น ประโยชน์ที่จะเกิดอย่างเป็นรูปธรรมหากกฎหมายนี้มีการแก้ไข และบังคับใช้ในอนาคต จะทำให้ บสย. สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยได้มากยิ่งขึ้น

เนื่องจากสัดส่วนการกู้เงินของผู้ประกอบการย่อยส่วนใหญ่ มักใช้บริการของลิสซิ่ง, ไฮ-เพอร์เชส ฯลฯ เพื่อออกรถบรรทุก หรือรถกระบะใช้ขนส่งในธุรกิจ การที่มี บสย. เข้าไปช่วยค้ำประกัน ก็จะทำให้ผู้ประกอบกลุ่มนี้ได้เงินมากขึ้น และเร็วขึ้น ยังไม่นับรวม “นาโนไฟแนนซ์”  ซึ่งเป็นสินเชื่อประเภทที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หาก บสย. สามารถเข้าไปช่วยค้ำประกันในส่วนนี้ ก็จะทำให้ผู้ประกอบการนาโนไฟแนนซ์ กล้าที่จะปล่อยสินเชื่อมากขึ้น จากปัจจุบันที่การปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เริ่มชะงักงันเพราะหนี้ NPL ที่สูงขึ้น  

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดยังเป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 1 ปี กว่าที่จะมีการแก้ไขกฎหมายจนถึงการบังคับใช้ได้จริง ระหว่างนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อม และการดำเนินงานต่างๆ เพื่อรองรับการขยายขอบเขตงานที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่จะช่วย “ปลดล็อก” การเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ทำให้ SMEs มีแหล่งเงินทุน และประเภทสินเชื่อที่หลากหลายกว่าเดิม ไม่เพียงสินเชื่อจากธนาคาร ที่ต้องยอมรับว่านโยบายของธนาคารหลายแห่งในบางช่วงเวลาอาจมีความเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเกิดหนี้เสีย หรือ NPL การเพิ่มแหล่งเงินอื่นๆ ที่จะช่วยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนจึงเป็นสิ่งจำเป็น อย่างน้อยก็จะช่วยบรรเทาปัญหา “หนี้นอกระบบ” ไปได้เปราะหนึ่ง

เมื่อพูดถึงเรื่องหนี้ ล่าสุดนายธนาคารใหญ่ กูรูด้านเศรษฐกิจท่านหนึ่ง ออกมาฉายภาพเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ ว่า กำลังเกิดภาวะหนี้ท่วมโดยเฉพาะผู้บริโภครายย่อย จากตัวเลขหนี้ครัวเรือนของไทยที่สูงลิ่ว ไม่แปลกที่จะเห็นถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฝืดเคือง แม้จะมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศออกมามากมาย ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

สถานการณ์เช่นนี้ ภาคธุรกิจ SMEs ซึ่งยังมีขนาดเล็ก และสายป่านน้อย จึงต้องระมัดระวัง ประคองตัว และเน้นการลดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ พร้อมใส่ไอเดีย และนวัตกรรมในตัวสินค้าและบริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจมากยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่งต้องไม่ลืมคือ การขับเคลื่อนของภาครัฐ และเอกชน ในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ SMEs ผ่านมาตรการต่างๆ ที่ยังคงเข้มข้น  

ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนคือ การตั้งคณะทำงานด้านการส่งเสริม SMEs Start-up & Social Enterprises ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ความมือกับระหว่างหน่วยงานภาครัฐ – เอกชน กว่า 60 องค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริม SMEs ในการเข้าถึงแหล่งทุน โดย บสย. ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SMEs ก็ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานดังกล่าว

ขณะที่ความคืบหน้าในการแก้ไข พ.ร.บ. บสย. ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ SMEs มากขึ้น ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม และผลักดันต่อไป

คำนวณวงเงินกู้
และความสามารถในการผ่อนชำระ

บาท
บาท
ปี
%

ผลการคำนวณวงเงินกู้
และความสามารถในการผ่อนชำระ

  • จำนวนปีที่กู้ 0
  • อัตราการผ่อนต่อเดือน0
  • วงเงินที่กู้ได้*0
*ผลจากการคำนวณเป็นเพียงตัวเลขประมาณการ
เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสาหรับคุณ
โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ถือเป็นการยอมรับใน อ่านประกาศนโยบายคุกกี้