เรื่องน่ารู้ SME

SMEs เกษตร-รายย่อย-สตาร์อัพ แหล่งทุนมาถึงแล้ว


ผู้ประกอบการ SMEs รายย่อย รายเล็ก รายกลาง โอกาสที่จะเพิ่มความแข็งแกร่ง ไม่ต้องมีปัญหาสภาพคล่อง ไม่ใช่สิ่งที่ยาก และเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เมื่อปัจจุบันมีหน่วยงาน และกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ที่กำลังทำหน้าที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างเข้มข้น ที่เห็นชัดคือ การรวมกลุ่มเครือข่ายประชารัฐ ฯลฯ ซึ่งทำให้ขณะนี้ ภาพของการช่วยเหลือ SMES ไทยกระจายตัวไปยังผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆ อย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป
               
เริ่มจากการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการเกษตร ผ่านโครงการ “สินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร” ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน 72,000 ล้านบาท  จากนโยบายของภาครัฐที่ต้องการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร  โดยเฉพาะปีนี้ที่ต้องประสบกับวิกฤต “ภัยแล้ง”  ขณะเดียวกันก็ต้องการให้เกษตรกรไทย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร จนกลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้

ล่าสุด บสย. ผนึก ธ.ก.ส. ร่วมกันสนับสนุนวงเงินสินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ภาคเกษตร “สวนละไม” อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ซึ่งเป็นโมเดลเกษตรยุคใหม่ จาก “สวน” แบบดั้งเดิม ในรูปแบบปลูกเอง จำหน่ายเอง สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และนำระบบการบริหารจัดการซัพพลายเชนมาใช้ และอนาคตยังเตรียมสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว ด้วยการสร้างโฮมสเตย์ ให้เป็นที่พักของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมสวน และบุฟเฟ่ต์ผลไม้ สามารถพักผ่อนค้างคืนได้ที่สวนด้วยการดึงชุมชน เกษตรกรในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม

โดยครั้งนี้ ธ.ก.ส. และบสย.เข้ามามีส่วนทำให้ สวนละไม ได้เงินกู้จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้เสริมสภาพคล่อง ในระบบซัพพลายเชน ซึ่งใช้ระบบการรับซื้อผลไม้จากเครือข่ายเกษตรกร เจ้าของสวนในพื้นที่จังหวัดระยองกว่า 50 ราย โดยเน้นคุณภาพในราคาสูงเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรเน้นผลิตผลไม้ในคุณภาพดี ก่อเกิดเป็นโมเดลธุรกิจ “บุฟเฟ่ต์ผลไม้” ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างสูง

กรณีของสวนละไม จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการปรับตัวของเกษตรกรไทย สู่ SMEs เกษตรที่ยั่งยืน นอกจากกลุ่มเกษตรแล้ว กลุ่มผู้ประกอบการอีก 2 กลุ่มที่รัฐบาลให้ความสำคัญ คือ ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย และกลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ และกลุ่มผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรม ซึ่งจะมีการระดมความช่วยเหลือผ่านมาตรการต่างๆ อย่างเข้มข้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้

โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ที่ตอนนี้มี 4 ธนาคารที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารทิสโก้, ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย และธนาคารออมสิน ที่พร้อมปล่อยสินเชื่อในวงเงินสูงสุด 200,000 บาท โดยมี บสย. ให้การค้ำประกันสินเชื่อ โดยผู้กู้ไม่ต้องมีหลักประกัน เพื่อไปเป็นเงินทุนหมุนเวียน

เป็นการเพิ่มแหล่งเงินทุน ที่จะเข้ามาช่วยต่อยอดธุรกิจให้กับผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ในสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวนัก ที่อาจทำให้ต้องประสบปัญหาสภาพคล่อง เพื่อลดปัญหาการกู้จากแหล่งเงินนอกระบบ ที่ก่อให้เกิดปัญหาหนี้นอกระบบที่กลายเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลต้องการแก้ไข

กลุ่มสุดท้ายคือ SMEs สตาร์อัพ/นวัตกรรม ที่เร็วๆ นี้จะมีข่าวดีคือ โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการกลุ่ม สตาร์ทอัพ/นวัตกรรม ของ บสย. ที่จะเข้ามาช่วยค้ำประกันผู้ประกอบกลุ่มนี้ ที่มักมีปัญหาเรื่องหลักประกัน เพราะเป็นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ หรือเป็นกลุ่มที่เน้นไอเดีย แนวคิด เทคโนโลยี ซึ่งต้องการการสนับสนุนเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้สามารถขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น และทำให้ได้วงเงินมากขึ้นในการประกอบธุรกิจ

ทั้งหมดเป็นข่าวดี สำหรับ SMEs ในกลุ่มต่างๆ ที่มีหลากหลาย และความต้องการการช่วยเหลือที่แตกต่างกัน และเป็นสัญญาณที่ว่าจากนี้ ภาพความช่วยเหลือ SMEs ไทยผ่านโครงการและมาตรการต่างๆ จะมีความเจาะจง และตอบโจทย์ความต้องการของ SMEs แต่ละกลุ่มมากขึ้น   

คำนวณวงเงินกู้
และความสามารถในการผ่อนชำระ

บาท
บาท
ปี
%

ผลการคำนวณวงเงินกู้
และความสามารถในการผ่อนชำระ

  • จำนวนปีที่กู้ 0
  • อัตราการผ่อนต่อเดือน0
  • วงเงินที่กู้ได้*0
*ผลจากการคำนวณเป็นเพียงตัวเลขประมาณการ
เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสาหรับคุณ
โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ถือเป็นการยอมรับใน อ่านประกาศนโยบายคุกกี้