โครงการที่ร่วมกับ สถาบันการเงิน

มาตรการให้ความช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติภาคใต้ ปี 2562

มาตรการพักการชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ เป็นระยะเวลา 6 เดือน


  • มาตรการนี้ใช้สำหรับ SMEs ที่เป็นลูกค้า บสย. ที่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบจากภัยพิบัติภาคใต้ ปี 2562 และถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562
  • มาตรการนี้ เป็นการผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อโดยการยืดระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อออกไปอีก 6 เดือน นับจากวันถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมเดิม ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ขอผ่อนผันแล้ว ลูกค้า บสย. ต้องชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อที่ได้รับการผ่อนผันนั้นเต็มจำนวนตามหลักเกณฑ์
  • บสย. จะพิจารณาคำขอฯ สำหรับลูกค้า บสย. ที่ยื่นคำขอฯผ่านสถาบันการเงินมายัง บสย. ก่อนถึงวันที่ครบกำหนดชำระเงินค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อเท่านั้น

คุณสมบัติของลูกค้าที่อยู่ในข่ายให้ความช่วยเหลือ

  • เป็นลูกค้า บสย. ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้รวม 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดพังงา จังหวัดพัทลุง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดยะลา จังหวัดระนอง จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • กิจการของลูกค้าได้รับความเสียหายหรือผลกระทบจากภัยพิบัติ ทำให้กิจการได้รับความเสียหายจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ หรือดำเนินงานได้เพียงบางส่วนหรือดำเนินการได้ แต่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยพิจารณาความเสียหายและ/หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง

วิธีปฏิบัติในการขอรับความช่วยเหลือ

สถาบันการเงินจะต้องตรวจสอบความเสียหายหรือผลกระทบของลูกค้าที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ และรับรองความเสียหายหรือผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยจัดทำรายงานการตรวจสอบฯ ตามแบบฟอร์มที่ บสย.กำหนด และจัดส่งให้แก่ บสย.
 

มาตรการช่วยเหลือค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อฟรี 2 ปีแรก


ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติภาคใต้ปี 2562 ที่ขอให้ค้ำประกันสินเชื่อภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทรัพย์ (PGS7) ในวงเงินค้ำประกันรวมไม่เกิน 2,000 ล้านบาท


วัตถุประสงค์
เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติภาคใต้ในปี 2562 ในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด 

วงเงินค้ำประกันโครงการ
ภายใต้โครงการโครงการ PGS7 : แบบ SMEs รายเล็ก หรือ แบบ SMEs ที่ได้รับสินเชื่อผ่าน SFIs หรือ แบบ SMEs ทั่วไป ในวงเงินค้ำประกันรวมไม่เกิน 2,000 ล้านบาท   โดยจำกัดวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ แบบ SMEs ทั่วไปไม่เกิน 1,000 ล้านบาท

ระยะเวลารับคำขอค้ำประกันสินเชื่อ
ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562

ค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ

  • อัตราค่าธรรมเนียมเป็นไปตามโครงการ PGS7 ของแต่ละโครงการย่อย
  • โดยรัฐบาลจ่ายค่าธรรมเนียมแทน SMEs ใน 2 ปีแรก
วงเงินค้ำประกันสินเชื่อต่อราย SMEs
ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย รวมทุกสถาบันการเงินภายใต้โครงการ PGS7 ทั้งนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนด SGL ของ บสย. และการยื่นขอให้ค้ำประกันสินเชื่อขั้นต่ำครั้งละ  ไม่น้อยกว่า 200,000 บาท 

คุณสมบัติของ SMEs
  • เป็น SMEs ที่มีคุณสมบัติ SMEs เป็นไปตามโครงการ PGS7 ของแต่ละโครงการย่อย (แบบ SMEs รายเล็ก หรือ แบบ SMEs ที่ได้รับสินเชื่อผ่าน SFIs หรือ แบบ SMEs ทั่วไป)
  • เป็น SMEs ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติภาคใต้ ที่เกิดขึ้นในปี 2562 ในพื้นที่ภาคใต้รวม 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดพังงา จังหวัดพัทลุง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดยะลา จังหวัดระนอง จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
วิธีปฏิบัติในการขอรับความช่วยเหลือ
สถาบันการเงินจะต้องตรวจสอบความเสียหายหรือผลกระทบของลูกค้าที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ และรับรองความเสียหายหรือผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยจัดทำคำขอฯ ตามแบบฟอร์มที่ บสย.กำหนด และจัดส่งให้แก่ บสย. 

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่นๆ
เป็นไปตามโครงการ PGS7 ของแต่ละโครงการย่อย : แบบ SMEs รายเล็ก หรือแบบ SMEs ที่ได้รับสินเชื่อผ่าน SFIs หรือแบบ SMEs ทั่วไป
 
  • บสย. SMEs Club
  • สมัครงาน
  • ค้นหาสาขา บสย.
  • จัดซื้อจัดจ้าง บสย.
  • สายด่วน
  • แบบฟอร์มคำขอ
  • แบบฟอร์มติดต่อ บสย.
  • To MD