บสย.เปิดแผนค้ำประกันสินเชื่อ 2562 ปั้น New Business Model เล็งปรับพอร์ต สู่ “ไดเร็ค การันตี” เจาะ SMEs รายเซ็กเมนท์


บสย.เปิดแผนค้ำประกันสินเชื่อ 2562  ปั้น New Business Model เล็งปรับพอร์ต สู่ “ไดเร็ค การันตี” เจาะ SMEs รายเซ็กเมนท์ บสย.เปิดแผนค้ำประกันสินเชื่อ 2562  ปั้น New Business Model เล็งปรับพอร์ต สู่ “ไดเร็ค การันตี” เจาะ SMEs รายเซ็กเมนท์
9 มกราคม 2562 

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ บสย.ประจำปี 2561 (1 ม.ค.- 31 ธ.ค.2561) ยังคงสร้างการเติบโตด้านยอดค้ำประกันสินเชื่อในภาพรวมเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับผลดำเนินงานในปี 2560  โดยมีการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อรวม 88,878 ล้านบาท  คิดเป็นจำนวนสินเชื่อที่สถาบันการเงินอนุมัติจากการค้ำประกันสินเชื่อ รวม 133,191 ล้านบาท หรือ 1.5 เท่า ของวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 3% ของ GDP 2561 ของประเทศ (ประมาณการจาก Economic multiplier ของการใช้งบประมาณรัฐบาลเข้าไปสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่ก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของการใช้ปัจจัยการผลิตทั้งปัจจุบัน ปัจจัยแรงงาน ผลตอบแทนผู้ประกอบการ ภาษีทางตรงและทางอ้อม จากการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โครงการศึกษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ปี 2559) โดยมีผู้ประกอบการ SMEs ได้รับอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อรวม 77,862 ราย เทียบกับผลดำเนินงานในปี 2560 มีการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ 86,633 ล้านบาท ผ่านโครงการ SMEs ทวีทุน (PGS6 ปรับปรุงใหม่ สิ้นสุดโครงการ ณ 30 มิ.ย. 2561) และโครงการ SMEs ทวีทรัพย์ (PGS7) ระยะเวลาโครงการ 24 ก.ค.2561 สิ้นสุด 23 ก.ค. 2563

ผลงานที่โดดเด่นของ บสย.ในปี 2561 คือการสร้างความร่วมมือในการค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินของรัฐ   : SFIs (รวมธนาคารกรุงไทย) 9 แห่ง ที่ทำให้กลุ่มสถาบันการเงินของรัฐ ผนึกกำลังช่วยขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐสร้างการเติบโตให้กับ SMEs อย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพ ส่งผลให้มียอดค้ำประกันสินเชื่อในกลุ่มสถาบันการเงินของรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 14% หรือเท่ากับ 42,533 ล้านบาท เทียบกับยอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อปี 2560 มีวงเงิน 34,347 ล้านบาท

ปี 2562 ชูเป้าค้ำฯ 107,000 ล้านบาท ปั้นโมเดล รับโลกเปลี่ยน
ดร.รักษ์ กล่าวว่า ปีนี้บสย.ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อที่ 107,000 ล้านบาท ภายใต้ความท้าทายในโลกยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็ว บสย.ต้องปรับตัวให้เร็ว และตอบโจทย์ การทำงานของรัฐบาลยุคดิจิทัล ภายใต้แผนงานปี 2562  “บสย.4.0 เคียงคู่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย” ภายใต้แนวคิด “New Business Model 2019” ปรับ Roadmap มุ่งยกระดับการทำงานองค์กรอย่างเต็มประสิทธิภาพ คิดใหม่ ทำใหม่ ขับเคลื่อนสู่องค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบ พัฒนาระบบฐานข้อมูล Data Management เชื่อมการทำงาน บสย.ทั้งภายในและภายนอก ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ SOS  ได้แก่ 1.SMEs Capacity Enhancer 2.Opportunity Gateway 3.Second Change Provider เพื่อให้การสนับสนุน SMEs เข้าถึงแหล่งทุนในระบบมากขึ้น การให้ความรู้ทางการเงิน การขยายฐานการสนับสนุน SMEs ที่ต้องการขยายการลงทุนในต่างประเทศ ผู้ประกอบการกลุ่ม S-curve และ Start-up และ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs กลุ่ม NPLs กลุ่มฟื้นฟูกิจการมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเช่นกัน

ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เน้นตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Market Segmentation) อาทิ กลุ่มลูกค้ารายย่อย (Micro) กลุ่มลูกค้า Small กลุ่มลูกค้า S-curve กลุ่มลูกค้าฟื้นฟูกิจการ และกลุ่มผู้ประกอบการในโครงการสินเชื่อประชารัฐ เช่น ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ผู้ประกอบการแท็กซี่ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันในรูปแบบ Direct Guarantee โดยเป้าหมายตามแผนวิสาหกิจ ปี 2562 ต้องให้การช่วยผู้ประกอบการใหม่เพิ่มขึ้น 82,600 ราย

“แนวคิดการนำรูปแบบค้ำประกันแบบ Direct Guarantee เป็นหนึ่งในแนวทางลดการพึ่งพาจากภาครัฐตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงแผนการบริหารจัดการหนี้ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าจัดเก็บหนี้ให้ได้ 550 ล้านบาท หรือกว่า 3,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ซึ่งเก็บหนี้ได้ 380 ล้านบาท หรือกว่า 2,000 ราย"
  • บสย. SMEs Club
  • สมัครงาน
  • ค้นหาสาขา บสย.
  • จัดซื้อจัดจ้าง บสย.
  • สายด่วน
  • แบบฟอร์มคำขอ
  • แบบฟอร์มติดต่อ บสย.
  • To MD