บสย. ปรับ “MINDSET” รับ New Normal “ค้ำประกันสินเชื่อ”


บสย. ปรับ “MINDSET” รับ New Normal “ค้ำประกันสินเชื่อ” บสย. ปรับ “MINDSET” รับ New Normal “ค้ำประกันสินเชื่อ”
เร่งสปีด เพิ่ม 4 เท่า 1,400 LG ต่อวัน
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดแถลงข่าว ปรับ “Mindset” คิดใหม่ ทำใหม่ รับ New Normal ปรับกระบวนการทำงาน เพิ่ม Productivity อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ เร่งสปีด เพิ่ม 4 เท่า 1,400 LG ต่อวัน รับจุดเปลี่ยนวิกฤต COVID-19


ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในระหว่างเดือน มกราคม -พฤษภาคม สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยถอดบทเรียนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ส่งผลกระทบในเชิงธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs พบว่า ภาคธุรกิจต้องหยุดชะงัก ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ขาดเงินทุนหมุนเวียน และปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ ส่งผลให้ บสย. ต้องปรับตัว เพื่อรับมือกับ New Normal บริบทใหม่ บสย. โดย TCG’s New Normal ให้ความสำคัญกับการปรับกระบวนการทำงานภายใต้กรอบแนวคิดและรูปแบบการบริหารจัดการองค์กรใหม่ 3 มิติ คือ 1.New Process 2.New Mindset 3.System Integration

1. New Process… Lean and Automation ภายใต้แนวคิด ทำน้อยแต่ได้มาก หรือการเพิ่มผลิตภาพ Productivity เปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการองค์กร ปรับกระบวนการและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ตัวอย่างเช่น แนวทางการปรับกระบวนการอนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อมากขึ้น โดยนำระบบไอทีมาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ ทำให้ บสย. สามารถพัฒนากระบวนการการอนุมัติหนังสือคำขอค้ำประกันสินเชื่อ (LG) ได้มากเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จากวันละ 350 ฉบับ เป็น 1,400 ฉบับ ต่อวัน
“ บสย. ได้ปรับใช้กระบวนการทำงานการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อเป็นแบบ Batch Approval ซึ่งสามารถอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อได้ถึงคราวละ 5,000 ล้านบาท ซึ่งตอบโจทย์ให้การปล่อยสินเชื่อได้เร็วและมากขึ้น เป็นการทำงานคู่กับสถาบันการเงิน ทำให้ บสย. นั่งอยู่ในใจ ลูกค้าและคู่ค้าได้มากขึ้น”

2. New Mindset… SMEs Centric บสย. เปลี่ยนมุมมองปรับโจทย์ใหม่ ให้ผู้ประกอบการ SMEs เป็นศูนย์กลาง โดยมี บสย. เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นั่นหมายถึง ผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3 ล้านราย รวมทั้งกลุ่มอาชีพอิสระ เป็นลูกค้าของ บสย. โดยมีสถาบันการเงินเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ เป็นการเปลี่ยน Mindset โดยการปรับ พันธกิจ จากผู้ค้ำประกันปลายน้ำ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับ SMEs โดยจะเห็นได้จากโครงการคลินิกหมอหนี้ บสย. ซึ่งเดินเคียงข้างลูกค้าตั้งแต่วันที่เข้ารับคำปรึกษา จนได้รับวงเงินสินเชื่อ
3. System Integration…ภายใต้แนวคิด คิด ริเริ่ม เพิ่ม Productivity ปรับวิธีคิดและการทำงานแบบ Project Base บูรณาการทำงานเพื่อผลสำเร็จร่วมกัน แนวทางนี้เป็นการลดปัญหาการทำงานแบบไซโล และเพิ่ม Productivity ได้มากขึ้น

โดยในการปรับกระบวนการทำงาน บสย. ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 มีการลดจำนวนพนักงานในสำนักงาน เหลือ 1 ใน 3 ตามหลักการ Physical Distancing ส่วนที่เหลือเป็นการปฏิบัติงานแบบ Work from Home และทำงานที่สถานที่ปฎิบัติงานสำรอง (Co-Site) นอกจากนี้มีการจัดทีม The Well Being เพื่อทำหน้าที่ดูแลด้านสุขอนามัย และอำนวยความสะดวกแก่พนักงาน ส่งผลให้ บสย. ประสบความสำเร็จในการเพิ่ม Productivity เกินเป้าหมายที่วางไว้
การปรับกระบวนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ ระหว่าง ม.ค.- 15 พ.ค. 2563 เติบโตขึ้นทุกมิติ เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันปี 2562 ได้แก่ 1. ยอดอนุมัติการค้ำประกันสินเชื่อ จำนวน 58,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103% 2. อนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ (LG) จำนวน 80,267 ฉบับ เพิ่มขึ้น 227% และ 3. จำนวนลูกค้าใหม่ 64,202 ราย เพิ่มขึ้น 216% ทุบสถิติถล่มทลาย ผลจากการปรับ Mindset ปรับกระบวนการทำงาน และ การทำงานที่เกิดจากความร่วมมือจากพนักงานทุกคน แบบใจแลกใจ

ปัจจุบัน บสย. ได้อนุมัติวงเงินค้ำประกันสะสมให้ผู้ประกอบการแล้วถึง 905,892 ล้านบาท มีภาระค้ำประกันสะสม 421,665 ล้านบาท และช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน จำนวน 478,467 ราย
 

คำนวณวงเงินกู้
และความสามารถในการผ่อนชำระ

บาท
บาท
ปี
%

ผลการคำนวณวงเงินกู้
และความสามารถในการผ่อนชำระ

  • จำนวนปีที่กู้ 0
  • อัตราการผ่อนต่อเดือน0
  • วงเงินที่กู้ได้*0
*ผลจากการคำนวณเป็นเพียงตัวเลขประมาณการ