การบริหารความเสี่ยง

ความสำคัญและความมุ่งมั่น

บสย. ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงและด้วยสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่มีความความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความซับซ้อน (Complexity) และความคลุมเครือ (Ambiguity) โดยสถานการณ์ดังกล่าวนี้ อาจจะส่งผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายทางธุรกิจที่กำหนดไว้ ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงจึงถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของทุกกระบวนการในการดำเนินธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกันทุกระดับ บสย. จึงได้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Policy) ที่พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตาม โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ บสย. และคณะกรรมการกำกับความเสี่ยงองค์กร ซึ่งทำหน้าที่ในการกำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยง กำกับดูแลและสนับสนุนให้การดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กร สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายที่กำหนด โดยพิจารณาสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภายในและภายนอก ภายใต้การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจตลอดเวลา ตลอดจนการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อตอบสนองได้อย่างทันท่วงทีในทุกด้าน
นอกจากนี้ บสย. ยังได้มุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk) เนื่องจากเป็นความเสี่ยงพื้นฐานที่สำคัญ และเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามปกติของ บสย. เอง เช่น กระบวนการปฏิบัติงานภายใน ความบกพร่องของบุคลากร ระบบงาน หรือจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจ การแข่งขันในตลาด กฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือในสถานการณ์ที่ไม่ปกติที่อาจส่งผลกระทบต่อการหยุดชะงักทางธุรกิจ โดยปัจจุบัน บสย. ได้ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการให้บริการลูกค้าได้ตรงความต้องการมากขึ้น เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการให้บริการ การขยายช่องทางการให้บริการในรูปแบบดิจิทัล และการใช้บริการจากผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้โครงสร้างความเสี่ยงโดยรวม (Risk Profile) ของ บสย. มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น และความเสี่ยงด้านปฏิบัติการมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่า บสย. เป็นองค์กรที่มี Operational Risk Management Environment ที่เหมาะสม จึงได้พัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำหรับใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ เพื่อการป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยงที่ต้องให้ความตระหนักและความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้ความเชื่อมั่นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) อีกทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ บสย. ในระยะยาว

โครงสร้างและหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ


ฝ่ายตรวจสอบภายใน มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการสอบทานระบบการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ รวมถึงการปฏิบัติงานของหน่วยงานเจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner) นอกจากนี้ ในงานบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ และให้ความเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการทดสอบแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP) ขององค์กร เพื่อให้มั่นใจว่า บสย. มีการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบัติ รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยภายหลังการสอบทานงานระบบดังกล่าวจะรายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

การบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ

ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk) หมายถึง ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการปฏิบัติการ อันเนื่องมาจากความไม่เพียงพอหรือความบกพร่องของกระบวนการควบคุมภายในที่ดี บุคลากร ระบบงาน หรือ จากเหตุการณ์ภายนอก รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎหมาย เช่น ความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือถูกทางการเปรียบเทียบปรับ เป็นต้น ทั้งนี้ไม่รวมถึงความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) และความเสี่ยงด้านชื่อเสียง (Reputational Risk)
โดย บสย. มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักและให้ความสำคัญกับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก ในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลง และมีการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ร่วมทดสอบ และร่วมดำเนินการจริงเมื่อเกิดเหตุการณ์ภาวะวิกฤติ และให้ความสำคัญกับ Risk Owner ในการแก้ไข ปรับปรุง เหตุการณ์หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงและการควบคุมภายในด้วยตนเอง (Risk Control Self Assessment: RCSA) ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานภายในองค์กร การประเมินการใช้บริการจากผู้ให้บริการสนันสนุนการประกอบธุรกิจ (Business Facilitator: BF) เป็นประจำทุกปี ทำให้มั่นใจได้ว่าการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับการประกอบธุรกิจขององค์กร โดยสามารถสรุปการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ได้ดังนี้
นโยบาย
  • การทบทวน นโยบาย แนวปฏิบัติ การบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ การใช้บริการผู้ให้บริการการสนันสนุนการประกอบธุรกิจ สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลของ ธปท. และระบบประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจตามระบบประเมินผลรัฐวิสาหกิจ
  • การทบทวน นโยบาย แนวปฏิบัติ การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ สอดคล้องกับแนวปฏิบัติการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจของ ธปท. และหน่วยงานกำกับภายนอก รวมทั้งสอดคล้องกับโครงสร้างขององค์กร และการประกอบธุรกิจ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
  • การทบทวน นโยบาย แนวปฏิบัติ การควบคุมภายใน ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล COSO 2013
  • การทบทวน แนวทางการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต ให้สอดคล้องกับคู่มือแนวทางการประเมินความเสี่ยงการทุจริต (Corruption Risk Control) ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ปปท.)
  • การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ระดับองค์กรด้านปฏิบัติการ
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
  • การประเมินความเสี่ยงและการควบคุมภายในด้วยตนเอง ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมในการประเมินความเสี่ยงให้สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจ และเป้าหมายขององค์กร เพื่อนำมาเป็นฐานในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการควบคุมภายในองค์กร
  • การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมในการประเมินความเสี่ยงให้สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน ซึ่งมีการจัดทำให้สอดรับการควบคุมภายในองค์กร
  • การทบทวน จัดทำ แผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องขององค์กร ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
  • การจัดเก็บข้อมูลเหตุการณ์หรือความเสียหายจากการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุงกระบวนการ และการควบคุมภายใน
  • การทบทวน การประเมินความพึงพอใจ การใช้บริการผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ
เครื่องมือการบริหารความเสี่ยง
  • การทบทวนตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator) ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และช่วงเบี่ยงเบนของระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance) ของความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
  • การจัดเก็บเหตุการณ์หรือความเสียหายจากการปฏิบัติงาน (Loss Incident)
  • การประเมินความเสี่ยงและการควบคุมภายในด้วยตนเอง (RCSA) ตามแนวทางของ COSO 2013
  • การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management : BCM)
  • การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต (Corruption Risk Control)
  • การประเมินความพึงพอใจการใช้บริการผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (Business Facilitator: BF)
แนวทางที่ใช้ในการกำหนด Limit สำหรับการควบคุมความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
  • ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator) ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และช่วงเบี่ยงเบนของระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance) ของความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ดังนี้
  • ปัจจัยเสี่ยง: การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ทั้งภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องกับ บสย. (KRI: จำนวนครั้งในการทำผิดระเบียบที่มีนัยสำคัญ)
  • ปัจจัยเสี่ยง: ความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานตามกระบวนการค้ำประกันสินเชื่อไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ เช่น การค้ำประกัน การจ่ายค่าประกันชดเชยและการติดตามหนี้/ดำเนินคดี (KRI: จํานวนครั้งในการปฏิบัติงานตามกระบวนการค้ำประกันสินเชื่อไม่ถูกต้อง)
  • ปัจจัยเสี่ยง: ความสําเร็จของการดําเนินงานโครงการจัดทําโปรแกรมการพัฒนาบุคลากรรองรับการเป็น FA (KRI: ความคืบหน้าการดำเนินการเทียบกับแผน)
การติดตาม/รายงานผลการดำเนินงาน
  • ติดตามและรายงานเหตุการณ์หรือความเสียหาย (Loss Incident) จากทุกหน่วยงานเป็นประจําทุกเดือน (รายงานต่อคณะกรรมการจัดการ/คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง เป็นประจำทุกเดือนและรายไตรมาส)
  • รายงานการประเมินการควบคุมภายใน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (รายงานต่อคณะกรรมการจัดวางระบบควบคุมภายใน คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง และคณะกรรมการ บสย. เป็นประจำทุกปี)
  • ติดตามและรายงานการปรับปรุงการดําเนินงานตามแผนการควบคุมภายใน (รายงานต่อคณะกรรมการจัดวางระบบควบคุมภายใน คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง เป็นประจําทุกไตรมาส)
  • ติดตามและรายงานผลการใช้บริการจากผู้ให้บริการสนันสนุนการประกอบธุรกิจ ในรูปของการประเมินความพึงพอใจการใช้บริการ (รายงานต่อคณะกรรมการจัดการ/คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง เป็นประจำทุกปี)
  • รายงานการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นประจําอย่างต่อเนื่อง หรือ ตามระยะเวลาที่กำหนด

คำนวณวงเงินกู้
และความสามารถในการผ่อนชำระ

บาท
บาท
ปี
%

ผลการคำนวณวงเงินกู้
และความสามารถในการผ่อนชำระ

  • จำนวนปีที่กู้ 0
  • อัตราการผ่อนต่อเดือน0
  • วงเงินที่กู้ได้*0
*ผลจากการคำนวณเป็นเพียงตัวเลขประมาณการ
เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสาหรับคุณ
โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ถือเป็นการยอมรับใน อ่านประกาศนโยบายคุกกี้